เข็มขัดป้องกันหลัง..ป้องกันการบาดเจ็บที่หลังได้จริงหรือ ?
เข็มขัดป้องกันหลังป้องกันการบาดเจ็บที่หลังได้จริงหรือ
หลายปีที่ผ่านมา จำนวนของพนักงานที่ใช้เข็มขัดป้องกันเพื่อป้องกันการบาดเจ็บระหว่างการยกของเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เข็มขัดป้องกันหลัง เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เครื่องพยุงหลังหรือเข็มขัดรัดหน้าท้อง มักจะใช้ในพนักงานที่ทำงานในอุตสาหกรรมหลายอย่าง เช่น เสมียนที่ทำงานในร้านขายของชำ คนที่ทำงานยกกระเป๋าในสายการบิน และคนที่ทำงานอยู่ในคลังสินค้า เมื่อมีการใช้งานมากขึ้น ก็มีการถามถึงคำแนะนำในการเลือกเข็มขัดเพิ่มขึ้น เพื่อตอบสนองต่อความต้องการนี้ ได้มีการกล่าวถึงคำถามพื้นฐาน แทนที่จะถามว่า “เข็มขัดแบบไหนที่จะป้องกันพนักงานได้ดีที่สุด” กลับเริ่มด้วยการถามว่า “เข็มขัดป้องกันหลังสามารถป้องกันหลังพนักงานได้จริงหรือ“
ขาดการสนับสนุนทางวิทยาศาสตร์
หลังจากมีการออกบทความทางวิทยาศาสตร์ สรุปว่าเนื่องจากข้อจำกัดในการศึกษาวิเคราะห์การใช้เข็มขัดป้องกันหลังในสถานที่ทำงาน ผลการวิเคราะห์ไม่สามารถใช้ในการสนับสนุนหรือปฏิเสธประสิทธิภาพในการลดการบาดเจ็บจากการใช้เข็มขัดป้องกันหลังได้ ถึงแม้ว่าการซื้อและการขายเข็มขัดป้องกันหลังจะมีการอ้างว่าสามารถลดความเสี่ยงที่จะเกิดการบาดเจ็บที่หลัง แต่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ไม่เพียงพอจะสนับสนุนข้อกล่าวอ้างนั้น
ดังนั้น จึงยังไม่มีการแนะนำให้ใช้เข็มขัดป้องกันหลังเพื่อป้องกันการบาดเจ็บกับพนักงานที่ไม่เคยบาดเจ็บที่หลังมาก่อน หากพนักงานใส่เข็มขัดป้องกันหลังเพื่อเป็นอุปกรณ์ในการป้องกันการบาดเจ็บที่หลัง ควรจะทราบถึงการขาดหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในการสนับสนุนการใช้เข็มขัดข้อสรุปเกี่ยวกับเข็มขัดป้องกันหลัง
ได้มีการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการใช้เข็มขัดป้องกันหลังและแรงที่ส่งที่ยังกระดูกสันหลังเมื่อมีการยกของ ซึ่งงานวิจัยส่วนใหญ่ที่มีอยู่ใช้หลักทฤษฎีที่ว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บที่หลังคืออะไรมากกว่าการศึกษาถึงอัตราการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นจริงเมื่อมีการใช้และไม่มีการใช้เข็มขัดป้องกันหลังในขณะทำงาน
การกล่าวอ้างว่าเกี่ยวกับเข็มขัดป้องกันหลัง..
- ลดแรงภายในที่ส่งไปยังกระดูกสันหลังระหว่างที่มีการออกแรงที่หลัง
- เพิ่มแรงดันภายในช่องท้อง (IAP) ซึ่งอาจจะสวนทางกับแรงที่อยู่บนกระดูกสันหลัง
- แรงฝืนต่อกระดูกสันหลัง ซึ่งอาจจะลดแรงที่อยู่บนกระดูกสันหลัง
- จำกัดการเคลื่อนไหวโดยการงอตัว (ระยะการเคลื่อนไหว)
- เตือนผู้สวมใส่ถึงการยกของอย่างเหมาะสม
- ลดการบาดเจ็บในสถานที่ทำงาน
ขณะที่การกล่าวอ้างทั้งหมดนี้สนับสนุนการใช้เข็มขัดป้องกันหลังแต่ก็ยังไม่สามารถทำการพิสูจน์ได้ มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์หรือทฤษฎีที่ไม่เพียงพอที่จะแนะนำว่าเข็มขัดป้องกันสามารถลดความเสี่ยงที่จะเกิดการบาดเจ็บ ยิ่งไปกว่านั้นถ้าเข็มขัดป้องกันหลังก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบของร่างกายตามที่กล่าวมาข้างต้นก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าจะสามารถป้องกันการบาดเจ็บได้
มีผู้กล่าวถึงเข็มขัดป้องกันหลังว่า…
ลดแรงที่กระทำต่อกระดูกสันหลัง
การยกอาจทำให้เกิดแรงที่หลากหลายภายในร่างกายซึ่งนำไปสู่ความกดดันต่อกระดูกสันหลัง เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าน้ำหนักถ่วง จากการศึกษาของ NIOSH เพื่อหาผลกระทบของเข็มขัดป้องกันหลังต่อน้ำหนักถ่วง ไม่มีการศึกษาใดให้ข้อมูลที่เพียงพอที่จะชี้ว่าเข็มขัดป้องกันหลังสามารถลดน้ำหนักถ่วงระหว่างทำการยก ความจริงคือ มีหลักฐานเพียงเล็กน้อยที่บอกได้ว่าการใช้เข็มขัดป้องกันหลังสามารถลดแรงได้
เพิ่มแรงดันภายในช่องท้อง
ขณะที่ยังคงมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับทฤษฎีนี้ บางคนเชื่อว่าถ้าแรงดันเพิ่มขึ้นภายในช่องท้อง จะทำให้แรงดันที่ลงสู่กระดูกสันหลังมีความสมดุล จากการศึกษา ยังไม่มีข้อพิสูจน์ และความสัมพันธ์ระหว่างแรงดันภายในช่องท้องและแรงดันที่มีต่อกระดูกสันหลัง ดังนั้น ถึงแม้ว่าเข็มขัดป้องกันหลังจะสามารถเพิ่มแรงดันภายในช่องท้อง แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานว่าจะสามารถลดแรงที่ไปกระทำต่อกระดูกสันหลังหรือลดการบาดเจ็บที่หลังได้
เตือนพนักงานให้ทำการยกอย่างเหมาะสม
มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพียงเล็กน้อยที่ว่า เข็มขัดป้องกันหลังเป็นสิ่งที่จะคอยเตือนพนักงานให้หลีกเลี่ยงท่าที่ไม่ถูกต้องและมีน้ำหนักมาก
แรงฝืนต่อกระดูกสันหลัง
เส้นเอ็น และเนื้อเยื่อรอบๆกระดูกสันหลังจำนวนมากช่วยพยุงให้อยู่ในที่ๆถูกต้อง ทฤษฎีก็คือถ้าเข็มขัดป้องกันหลังเพิ่มการพยุง มันก็จะลดการเคลื่อนไหวระหว่างข้อกระดูกสันหลัง และลดความเสียหายที่เกิดกับหลังส่วนล่าง ไม่มีหลักฐานที่จะสรุปได้ว่าเข็มขัดป้องกันหลังจะเพิ่มแรงฝืนต่อกระดูกสันหลัง และไม่มีข้อพิสูจน์ถึงความสัมพันธ์ระหว่างแรงฝืนและการลดการบาดเจ็บ
ลดการเคลื่อนไหวโดยการงอตัว
น้ำหนักถ่วงที่อยู่บนกระดูกสันหลังจะเพิ่มขึ้น ขณะที่มีการโน้มตัวไปข้างหน้าให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ้าความสามารถในการโน้มตัวไปข้างหน้าไกลๆถูกจำกัดโดยการใช้เข็มขัดป้องกันหลัง ก็เป็นไปได้ที่ความเสี่ยงที่จะเกิดการบาดเจ็บจะลดลง ปรากฏว่าเข็มขัดรัดหน้าท้องช่วยจำกัดระยะในการเคลื่อนที่จากข้างหนึ่งไปอีกข้างหนึ่งและการบิดตัว อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ได้อาจจะไม่ได้เกิดเช่นเดียวกันในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจากการยกในงานอุตสาหกรรมที่แตกต่างกันเสมอไป
ลดการบาดเจ็บในสถานที่ทำงาน
มีรายงานกรณีศึกษาที่พบว่าการใช้เข็มขัดป้องกันหลังช่วยลดการบาดเจ็บในที่ทำงาน อย่างไรก็ตาม หลายบริษัทที่มีแผนการใช้เข็มขัดป้องกันหลังจะจัดให้มีการฝึกอบรมและแผนการให้ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน รายงานการบาดเจ็บที่ลดลงนั้น อาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยดังกล่าวหรือปัจจัยอื่น ซึ่งจากหลักฐานที่มียังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า ประสิทธิภาพของเข็มขัดป้องกันหลังในการลดการบาดเจ็บได้
เหตุที่ความรู้เกี่ยวกับประโยชน์ในการใช้เข็มขัดป้องกันมีน้อย
มีการเริ่มต้นใช้เข็มขัดป้องกันหลังกันในวงการแพทย์ เข็มขัดดังกล่าวเหมือนกับการที่ผู้หญิงในศตวรรษที่สิบเก้าใส่คอเสทเพื่อทำให้หลังตรงและถูกใช้เพื่อพยุงหลังระหว่างการฟื้นตัวจากการบาดเจ็บ ต่อมานักกีฬาเริ่มใช้เข็มขัดในการยกน้ำหนัก
เพิ่งไม่กี่ปีมานี้ที่มีการใช้เข็มขัดป้องกันหลังในงานอุตสาหกรรมกันอย่างกว้างขวาง ขณะที่มีเข็มขัดป้องกันหลังที่ใช้ในอุตสาหกรรมมากกว่า 70 ประเภท แบบที่ใช้กันทุกวันนี้สำหรับพยุงหน้าท้องเป็นแบบที่มีน้ำหนักเบา เข็มขัดที่ยืดได้สวมไว้รอบหลังส่วนล่าง บางครั้งมีการดึงไว้ด้วยสายเอี๊ยม
เนื่องจากเพิ่งมีการใช้เข็มขัดป้องกันหลังในสถานที่ทำงาน จึงมีการตีพิมพ์ผลการศึกษาเกี่ยวกับอัตราการบาดเจ็บของพนักงานที่ใช้เข็มขัดไม่มาก ยังคงต้องมีการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมเพื่อให้มีการสนับสนุนที่เพียงพอต่อเรื่องการใช้เข็มขัดป้องกันหลัง และการกระตุ้นให้มีการระบุถึงความเกี่ยวข้องระหว่าการใช้เข็มขัดป้องกันหลังและการป้องกันการบาดเจ็บที่หลังส่วนล่าง
การสวมเข็มขัดป้องกันหลังเป็นการเพิ่มโอกาสที่จะเกิดการบาดเจ็บหรือไม่
ยังไม่มีผลการศึกษาที่แน่นอนว่าการสวมเข็มขัดป้องกันหลังนั้นเป็นประโยชน์หรือเป็นอันตราย เพียงแต่มีการคาดเดาว่าเข็มขัดป้องกันหลังอาจจะช่วยได้ รวมถึงมีความกังวลว่าอาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อพนักงานเกียวกับผลกระทบที่เป็นอันตรายที่เกิดจากความเชื่อผิดๆที่เกี่ยวกับการใช้เข็มขัดป้องกันหลัง
พนักงานส่วนหนึ่งมีความเชื่อว่า เมื่อสวมเข็มขัดป้องกันหลังแล้วจะทำให้สามารถยกของได้เพิ่มขึ้นเพราะมีความเชื่อที่ผิดว่า ได้รับการป้องกันแล้ว ทำให้อาจจะกระทำการที่เพิ่มความเสี่ยงโดยการยกของที่มีน้ำหนักมากกว่าเมื่อยกโดยไม่สวมเข็มขัด
พนักงานควรได้รับการป้องกันอย่างไร
แทนที่จะใช้เข็มขัดป้องกันหลังเพียงอย่างเดียว นายจ้างควรจะเริ่มใช้แผนการจัดวางรูปแบบการทำงานและอุปกรณ์สำนักงานเพื่อเป็นการป้องกันพนักงานทุกคน วิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการป้องกันการบาดเจ็บที่หลัง คือการออกแบบสภาพแวดล้อมในการทำงานและลักษณะงานใหม่ เพื่อลดการยกที่ทำให้เกิดอันตราย ควรมีการพัฒนาการฝึกอบรมโดยการชี้ให้เห็นถึงวิธีการยกที่เป็นอันตรายและการใช้เทคนิคและวิธีการยกที่ปลอดภัยเพื่อทำให้แผนงานมีประสิทธิภาพ
การใช้เพียงเข็มขัดป้องกันหลังในการป้องกัน ไม่สามารถป้องกันพนักงานได้เพียงพอ
การออกแบบสภาพแวดล้อมในการทำงาน
ขั้นตอนแรกในการใช้วิธีการออกแบบสภาพแวดล้อมในการทำงาน คือ ควรจะมีการวิเคราะห์ถึงงานที่ต้องมีการยกบ่อยๆ อยู่ในท่าที่ต้องบิดหรืองอตัว หรือทำการผลักหรือดึง แล้วทำการออกแบบการทำงานดังกล่าวใหม่ เพื่อที่ของที่จะทำการยกจะได้อยู่ใกล้ตัว น้ำหนักของที่ยกอยู่บริเวณไหล่และข้อนิ้ว กำจัดการยกที่จะต้องบิดตัว ถ้าทำได้ให้เคลื่อนวัตถุที่ยกไปตามแรงโน้มถ่วง เลื่อน ใช้ทางลาดเอียง ชักรอก และใช้รถยกเพื่อเคลื่อนย้ายของที่มีน้ำหนักมาก และลดน้ำหนักของให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
ผลของการตัดสินใจใช้เข็มขัดป้องกันหลัง
การตัดสินใจใช้เข็มขัดป้องกันหลังควรเป็นการสมัครใจทั้งนายจ้างและลูกจ้าง ไม่ควรใช้เข็มขัดป้องกันหลังตามข้อกำหนดของงาน ถ้าพนักงานสวมเข็มขัดป้องกันหลังอย่างต่อเนื่อง จะต้องจำไว้เสมอว่า:
- ขาดหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการทำงานของเข็มขัดป้องกันหลัง
- พนักงานที่สวมเข็มขัดป้องกันหลังอาจจะพยายามที่จะยกน้ำหนักมากกว่าที่ควร เนื่องจากความเข้าใจที่ผิด ซึ่งทำให้เป็นการเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดการบาดเจ็บ
- พนักงานและนายจ้างควรทำการออกแบบสภาพแวดล้อมในการทำงานและลักษณะงานใหม่เพื่อที่จะลดอันตรายที่เกิดจากการยกของ มากกว่าที่จะใช้เข็มขัดป้องกันหลังเพียงอย่างเดียวในการป้องกันการบาดเจ็บ
- การวิจัยในการประเมินประสิทธิภาพของเข็มขัดป้องกันหลังต้องใช้เวลาหลายปี ระหว่างนี้พนักงานไม่ควรจะสรุปว่าเข็มขัดป้องกันหลังสามารถป้องกันการบาดเจ็บได้
< อ้างอิงข้อมูลจากเว็บ http://www.shethai.com >
ทักทายก่อนนอน..25/5/2009

พรุ่งนี้….วันจันทร์อีกแล้วก๊าบบบบบบบ…^^
จะเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่อีกแล้ว…….
ตัวป่วนก็คงจะไม่ได้เข้ามา up ข้อมูลบ่อย ๆ แล้วหล่ะนะคะ
ถ้าเป็นวันหยุด ตัวป่วนก็ขยันพูด..ขยันคุย.. ขยันป่วน..อิอิ..
…ช่วงนี้ตัวป่วนก็ได้แต่ทักทาย..เรื่องทั่วๆไป….
ส่วนเรื่องงาน..และ เรื่องอื่น ๆ เกี่ยวกับงานทางด้านความปลอดภัย
ตัวป่วน..ยังคิดไม่ออกเลยว่าจะเอาอะไรมาเขียนดี…
ตัวป่วน..ยังจำเป็นจะต้องศึกษา และ ขวนขวาย ในเรื่องนี้อีกมาก
ก็หวังจะได้ข้อมูล และ คำแนะนำจากเพื่อน ๆ พี่ ๆ ทุก ๆ คน
ในเว็บชมรม จป มสธ. นี่หล่ะจ้า…. , และถ้าตัวป่วน
มีข้อมูลดีดี..มีประโยชน์กับเว็บเรา…ก็จะเอามาแชร์ให้เช่นกันค่ะ
สำหรับวันนี้..ราตรีสวัสดิ์ค่ะ…ฝันดีทุก ๆ คนนะคะ ^^
ย้อนอดีต..อบรมประสบการณ์ฯ

เรื่องเล่า…….จากตัวป่วน..
…ตัวป่วนจะย้อนอดีตวันวาน..อดีตกาลนานมากเกินไปหรือเปล่านะ…
บัณฑิต มสธ. รุ่น 22 นี่ก็ น้าน..นาน.. เลยหล่ะ….
ต้องบอกว่า..เมื่อครั้งยังเป็นเด็กกะโปโลคลับ……….
ตัวป่วนเป็นบัณฑิต มสธ. รุ่น 22 นะคะ…
ครั้งนั้น..ด้วยความที่ยังไร้เดียงสา..( จริงอ่ะ..^^ ) ใช่ต้องบอกว่า..
ไร้เดียงสาจริง ๆ ..ไร้เดียงสามากๆ.. ประสบการณ์ชีวิตก็ยังมีน้อย……..
โชคดีอยู่อย่างหนึ่ง ที่ตัวป่วนไม่เคยทิ้งการเรียน……
ทำให้รู้จักสถาบัน “ มสธ.” และเข้ามาเป็นนักศึกษาของ “ มสธ.”
สำหรับประสบการณ์ การอบรมประสบการณ์วิชาชีพในครั้งนั้น…
ตัวป่วนรู้สึกประทับใจ…. เหมือนตัวเองได้เปิดโลกทัศน์ใหม่ ๆ…
ต้องปรับเปลี่ยนตัวเอง..และ ปรับเปลี่ยนทัศคติ ..ต้องบอกว่า….
เกือบจะทุก ๆ ด้านของชีวิต..( ไม่เว่อร์เลย..เพราะตัวป่วนเป็นคนเก็บตัวมาก)
ตัวป่วนไม่ใช่เด็กกิจกรรม ,, แต่เป็นเด็กเรียน..ถึงแม้กราฟผลการเรียน
จะดิ่งลง ๆ ไม่สัมพันธ์กับอายุก็ตาม ( อิอิ..เด็ก ๆ ฉลาด โตขึ้น.เริ่มเขลา )
หลังจากผ่านการอบรมเข้ม..ตัวป่วนก็เริ่มจะเปิดตัวเอง..ให้ได้รู้จัก
กับบรรดาเพื่อน ๆ มากขึ้น..,, พูดคุย..สนทนา………
แลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อกลุ่มเพื่อนร่วมงาน..และเพื่อนนักศึกษาด้วยกัน
………..^^…. การฝึกอบรมประสบการณ์วิชาชีพ..หรือ อบรมเข้ม…
จึงเป็นประสบการณ์ชีวิตที่ดี…สนุกสนาน..ได้แง่คิด…ทำให้คิดได้ว่า
“ เวลา ณ ตรงนั้น..มีค่า และ…น่าประทับใจ ”
…ถ้าถามว่า…เหตุการณ์ครั้งนั้น..ตัวป่วนจำอะไรได้บ้าง ?
ตัวป่วนได้อบรมที่ โรงแรม KU HOME ม. เกษตรศาสตร์ค่ะ
เวลาส่วนใหญ่เลยขลุกอยู่แต่ในโรงแรม ( ปัจจุบันได้ข่าวแว่ว ๆ ว่า
ข้างหน้าโรงแรม หรือ หน้า มสธ. มีกิจกรรมที่น่าสนุกไม่แพ้กัน…..
ก็ไม่รู้ว่า..คืออะไร.. อิอิ…..^^ )
ตัวป่วนหรือ…จะทำเช่นนั้นได้…… ^^ ,,
แต่ถ้าตัวป่วนไปอบรมคราวนี้..ตัวป่วนน่าจะลองค้นหา….
ว่ารอบ ๆ รั้ว…หรือ หน้ามหาลัย มีกิจกรรมอะไรน่าสนใจหนอ ?…..
ตัวป่วนกับเพื่อนอีก 1 คน …เป็นบุคคลที่มีอายุน้อยที่สุด…
ของการอบรมครั้งนั้น…( ก็…อาจารย์จะถามทำไม ก็มิทราบค่ะ…..
ไม่ถามอย่างเดียว..ยังเชิญไปหน้าห้องประชุมด้วย… < - -
เจ้าป่วนเอ๊ย…เหงื่อตก…!!! )
และ เหตุการณ์ที่ ฮาสุด ๆ แบบหยุดไม่อยู่…..
ก็คือ มีคนเดินตกเวที….ฮากันทั้งห้องประชุม…….
แน่นอน..ว่าใคร ๆ ก็จำเธอได้….แต่ไม่รู้เธอจะยินดีด้วยหรือเปล่า
. …ปกติ..นามสกุลของเค้า………..
ก็เป็นที่สนอกสนใจอยู่แล้ว เนื่องจากนามสกุลเดียวกับนักร้องคนหนึ่ง…
( “เดินตกเวที”มุขนี้..ใครจะลองใช้ก็ได้นะคะ ถ้าใจกล้าพอ.. )
และ ที่ตัวป่วนงงที่สุด……
ก็เรื่องของประธานรุ่น……….ที่เอาแต่จ้อง ๆ ตัวป่วน…
จ้องแล้วก็ยิ้ม < - - - - - เอ๊ะ ยังไง ?
ไม่มีอะไรค่ะ… หลังจากมองจนอดรนทนมิได้..
ท่านประธานรุ่น ก็เลยเดินมาทักทาย….
สรุปว่า….ท่านประธาน…จำคนผิด….!!!!!!!!!!!!!!!!
อันนี้ตัวป่วนก็ช่วยไม่ได้จริงค่ะ ๆ..เราไม่เคยรู้จักกันน้า..
ตัวป่วนไม่ใช่คนคนนั้น…….เน้อ…
( ก็นึกว่าจะสนใจเราซะอีก 555555555555555555 )
ตัวป่วนหน้าโหลจริง ๆ เหรอเนี่ย…หง๋อย…เยย……!!!
จบเรื่องเล่าค่ะ….. ^^ / วันนี้วันอาทิตย์..กลับไปนอนตีพุงต่อ..บายๆๆๆ