Archive for the ‘สาระดีดี_เก็บมาฝาก’ Category

ทุ่นแรง..คนยก”ถังขยะ”

e0b8a0e0b8b2e0b89e104_resize

ภาพ :   เก็บภาพนี้มาจาก ” เขื่อนท่าทุ่งนา ” ค่ะ ( กาญจนบุรี )

ดูแล้วก็..อำนวยความสะดวกให้กับคนเก็บขยะได้อย่างดี

ถังหมุนได้นะคะ  ( คล้ายๆ กับการใช้ไม้เสียบปลาเผา ^^ ) ..

e0b8a0e0b8b2e0b89e103_resize

ภาพ :  เขื่อนท่าทุ่งนา ,,

มีการจัดทำป้ายชี้บ่ง เพื่อแยกขยะก่อนทิ้ง…

เข็มขัดป้องกันหลัง..ป้องกันการบาดเจ็บที่หลังได้จริงหรือ ?

เข็มขัดป้องกันหลังป้องกันการบาดเจ็บที่หลังได้จริงหรือ

หลายปีที่ผ่านมา จำนวนของพนักงานที่ใช้เข็มขัดป้องกันเพื่อป้องกันการบาดเจ็บระหว่างการยกของเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  เข็มขัดป้องกันหลัง  เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เครื่องพยุงหลังหรือเข็มขัดรัดหน้าท้อง มักจะใช้ในพนักงานที่ทำงานในอุตสาหกรรมหลายอย่าง เช่น เสมียนที่ทำงานในร้านขายของชำ คนที่ทำงานยกกระเป๋าในสายการบิน และคนที่ทำงานอยู่ในคลังสินค้า เมื่อมีการใช้งานมากขึ้น ก็มีการถามถึงคำแนะนำในการเลือกเข็มขัดเพิ่มขึ้น เพื่อตอบสนองต่อความต้องการนี้ ได้มีการกล่าวถึงคำถามพื้นฐาน แทนที่จะถามว่า เข็มขัดแบบไหนที่จะป้องกันพนักงานได้ดีที่สุดกลับเริ่มด้วยการถามว่า เข็มขัดป้องกันหลังสามารถป้องกันหลังพนักงานได้จริงหรือ

ขาดการสนับสนุนทางวิทยาศาสตร์


          หลังจากมีการออกบทความทางวิทยาศาสตร์ สรุปว่าเนื่องจากข้อจำกัดในการศึกษาวิเคราะห์การใช้เข็มขัดป้องกันหลังในสถานที่ทำงาน ผลการวิเคราะห์ไม่สามารถใช้ในการสนับสนุนหรือปฏิเสธประสิทธิภาพในการลดการบาดเจ็บจากการใช้เข็มขัดป้องกันหลังได้ ถึงแม้ว่าการซื้อและการขายเข็มขัดป้องกันหลังจะมีการอ้างว่าสามารถลดความเสี่ยงที่จะเกิดการบาดเจ็บที่หลัง แต่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ไม่เพียงพอจะสนับสนุนข้อกล่าวอ้างนั้น
                ดังนั้น  จึงยังไม่มีการแนะนำให้ใช้เข็มขัดป้องกันหลังเพื่อป้องกันการบาดเจ็บกับพนักงานที่ไม่เคยบาดเจ็บที่หลังมาก่อน  หากพนักงานใส่เข็มขัดป้องกันหลังเพื่อเป็นอุปกรณ์ในการป้องกันการบาดเจ็บที่หลัง   ควรจะทราบถึงการขาดหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในการสนับสนุนการใช้เข็มขัด
ข้อสรุปเกี่ยวกับเข็มขัดป้องกันหลัง

 


          ได้มีการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการใช้เข็มขัดป้องกันหลังและแรงที่ส่งที่ยังกระดูกสันหลังเมื่อมีการยกของ   ซึ่งงานวิจัยส่วนใหญ่ที่มีอยู่ใช้หลักทฤษฎีที่ว่า  สาเหตุที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บที่หลังคืออะไรมากกว่าการศึกษาถึงอัตราการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นจริงเมื่อมีการใช้และไม่มีการใช้เข็มขัดป้องกันหลังในขณะทำงาน

การกล่าวอ้างว่าเกี่ยวกับเข็มขัดป้องกันหลัง..

  • ลดแรงภายในที่ส่งไปยังกระดูกสันหลังระหว่างที่มีการออกแรงที่หลัง
  • เพิ่มแรงดันภายในช่องท้อง (IAP) ซึ่งอาจจะสวนทางกับแรงที่อยู่บนกระดูกสันหลัง
  • แรงฝืนต่อกระดูกสันหลัง ซึ่งอาจจะลดแรงที่อยู่บนกระดูกสันหลัง
  • จำกัดการเคลื่อนไหวโดยการงอตัว (ระยะการเคลื่อนไหว)
  • เตือนผู้สวมใส่ถึงการยกของอย่างเหมาะสม
  • ลดการบาดเจ็บในสถานที่ทำงาน

ขณะที่การกล่าวอ้างทั้งหมดนี้สนับสนุนการใช้เข็มขัดป้องกันหลังแต่ก็ยังไม่สามารถทำการพิสูจน์ได้ มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์หรือทฤษฎีที่ไม่เพียงพอที่จะแนะนำว่าเข็มขัดป้องกันสามารถลดความเสี่ยงที่จะเกิดการบาดเจ็บ ยิ่งไปกว่านั้นถ้าเข็มขัดป้องกันหลังก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบของร่างกายตามที่กล่าวมาข้างต้นก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าจะสามารถป้องกันการบาดเจ็บได้

มีผู้กล่าวถึงเข็มขัดป้องกันหลังว่า

 

ลดแรงที่กระทำต่อกระดูกสันหลัง

 

 

การยกอาจทำให้เกิดแรงที่หลากหลายภายในร่างกายซึ่งนำไปสู่ความกดดันต่อกระดูกสันหลัง เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าน้ำหนักถ่วง จากการศึกษาของ NIOSH เพื่อหาผลกระทบของเข็มขัดป้องกันหลังต่อน้ำหนักถ่วง ไม่มีการศึกษาใดให้ข้อมูลที่เพียงพอที่จะชี้ว่าเข็มขัดป้องกันหลังสามารถลดน้ำหนักถ่วงระหว่างทำการยก ความจริงคือ มีหลักฐานเพียงเล็กน้อยที่บอกได้ว่าการใช้เข็มขัดป้องกันหลังสามารถลดแรงได้

 

เพิ่มแรงดันภายในช่องท้อง

 

ขณะที่ยังคงมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับทฤษฎีนี้ บางคนเชื่อว่าถ้าแรงดันเพิ่มขึ้นภายในช่องท้อง จะทำให้แรงดันที่ลงสู่กระดูกสันหลังมีความสมดุล จากการศึกษา ยังไม่มีข้อพิสูจน์ และความสัมพันธ์ระหว่างแรงดันภายในช่องท้องและแรงดันที่มีต่อกระดูกสันหลัง ดังนั้น ถึงแม้ว่าเข็มขัดป้องกันหลังจะสามารถเพิ่มแรงดันภายในช่องท้อง แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานว่าจะสามารถลดแรงที่ไปกระทำต่อกระดูกสันหลังหรือลดการบาดเจ็บที่หลังได้

 

เตือนพนักงานให้ทำการยกอย่างเหมาะสม

 

          มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพียงเล็กน้อยที่ว่า   เข็มขัดป้องกันหลังเป็นสิ่งที่จะคอยเตือนพนักงานให้หลีกเลี่ยงท่าที่ไม่ถูกต้องและมีน้ำหนักมาก

 

แรงฝืนต่อกระดูกสันหลัง 

 

 

          เส้นเอ็น และเนื้อเยื่อรอบๆกระดูกสันหลังจำนวนมากช่วยพยุงให้อยู่ในที่ๆถูกต้อง ทฤษฎีก็คือถ้าเข็มขัดป้องกันหลังเพิ่มการพยุง มันก็จะลดการเคลื่อนไหวระหว่างข้อกระดูกสันหลัง และลดความเสียหายที่เกิดกับหลังส่วนล่าง ไม่มีหลักฐานที่จะสรุปได้ว่าเข็มขัดป้องกันหลังจะเพิ่มแรงฝืนต่อกระดูกสันหลัง และไม่มีข้อพิสูจน์ถึงความสัมพันธ์ระหว่างแรงฝืนและการลดการบาดเจ็บ

 

ลดการเคลื่อนไหวโดยการงอตัว 

 

 

          น้ำหนักถ่วงที่อยู่บนกระดูกสันหลังจะเพิ่มขึ้น  ขณะที่มีการโน้มตัวไปข้างหน้าให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ้าความสามารถในการโน้มตัวไปข้างหน้าไกลๆถูกจำกัดโดยการใช้เข็มขัดป้องกันหลัง  ก็เป็นไปได้ที่ความเสี่ยงที่จะเกิดการบาดเจ็บจะลดลง ปรากฏว่าเข็มขัดรัดหน้าท้องช่วยจำกัดระยะในการเคลื่อนที่จากข้างหนึ่งไปอีกข้างหนึ่งและการบิดตัว อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ได้อาจจะไม่ได้เกิดเช่นเดียวกันในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจากการยกในงานอุตสาหกรรมที่แตกต่างกันเสมอไป

 

ลดการบาดเจ็บในสถานที่ทำงาน

 

          มีรายงานกรณีศึกษาที่พบว่าการใช้เข็มขัดป้องกันหลังช่วยลดการบาดเจ็บในที่ทำงาน อย่างไรก็ตาม หลายบริษัทที่มีแผนการใช้เข็มขัดป้องกันหลังจะจัดให้มีการฝึกอบรมและแผนการให้ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน รายงานการบาดเจ็บที่ลดลงนั้น  อาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยดังกล่าวหรือปัจจัยอื่น ซึ่งจากหลักฐานที่มียังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า ประสิทธิภาพของเข็มขัดป้องกันหลังในการลดการบาดเจ็บได้

 

เหตุที่ความรู้เกี่ยวกับประโยชน์ในการใช้เข็มขัดป้องกันมีน้อย
        

  มีการเริ่มต้นใช้เข็มขัดป้องกันหลังกันในวงการแพทย์  เข็มขัดดังกล่าวเหมือนกับการที่ผู้หญิงในศตวรรษที่สิบเก้าใส่คอเสทเพื่อทำให้หลังตรงและถูกใช้เพื่อพยุงหลังระหว่างการฟื้นตัวจากการบาดเจ็บ ต่อมานักกีฬาเริ่มใช้เข็มขัดในการยกน้ำหนัก
                เพิ่งไม่กี่ปีมานี้ที่มีการใช้เข็มขัดป้องกันหลังในงานอุตสาหกรรมกันอย่างกว้างขวาง ขณะที่มีเข็มขัดป้องกันหลังที่ใช้ในอุตสาหกรรมมากกว่า 70 ประเภท แบบที่ใช้กันทุกวันนี้สำหรับพยุงหน้าท้องเป็นแบบที่มีน้ำหนักเบา เข็มขัดที่ยืดได้สวมไว้รอบหลังส่วนล่าง บางครั้งมีการดึงไว้ด้วยสายเอี๊ยม
                เนื่องจากเพิ่งมีการใช้เข็มขัดป้องกันหลังในสถานที่ทำงาน จึงมีการตีพิมพ์ผลการศึกษาเกี่ยวกับอัตราการบาดเจ็บของพนักงานที่ใช้เข็มขัดไม่มาก  ยังคงต้องมีการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมเพื่อให้มีการสนับสนุนที่เพียงพอต่อเรื่องการใช้เข็มขัดป้องกันหลัง    และการกระตุ้นให้มีการระบุถึงความเกี่ยวข้องระหว่าการใช้เข็มขัดป้องกันหลังและการป้องกันการบาดเจ็บที่หลังส่วนล่าง

การสวมเข็มขัดป้องกันหลังเป็นการเพิ่มโอกาสที่จะเกิดการบาดเจ็บหรือไม่
        

  ยังไม่มีผลการศึกษาที่แน่นอนว่าการสวมเข็มขัดป้องกันหลังนั้นเป็นประโยชน์หรือเป็นอันตราย เพียงแต่มีการคาดเดาว่าเข็มขัดป้องกันหลังอาจจะช่วยได้ รวมถึงมีความกังวลว่าอาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อพนักงานเกียวกับผลกระทบที่เป็นอันตรายที่เกิดจากความเชื่อผิดๆที่เกี่ยวกับการใช้เข็มขัดป้องกันหลัง
                พนักงานส่วนหนึ่งมีความเชื่อว่า เมื่อสวมเข็มขัดป้องกันหลังแล้วจะทำให้สามารถยกของได้เพิ่มขึ้นเพราะมีความเชื่อที่ผิดว่า ได้รับการป้องกันแล้ว  ทำให้อาจจะกระทำการที่เพิ่มความเสี่ยงโดยการยกของที่มีน้ำหนักมากกว่าเมื่อยกโดยไม่สวมเข็มขัด

พนักงานควรได้รับการป้องกันอย่างไร
         

 แทนที่จะใช้เข็มขัดป้องกันหลังเพียงอย่างเดียว  นายจ้างควรจะเริ่มใช้แผนการจัดวางรูปแบบการทำงานและอุปกรณ์สำนักงานเพื่อเป็นการป้องกันพนักงานทุกคน  วิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการป้องกันการบาดเจ็บที่หลัง  คือการออกแบบสภาพแวดล้อมในการทำงานและลักษณะงานใหม่  เพื่อลดการยกที่ทำให้เกิดอันตราย ควรมีการพัฒนาการฝึกอบรมโดยการชี้ให้เห็นถึงวิธีการยกที่เป็นอันตรายและการใช้เทคนิคและวิธีการยกที่ปลอดภัยเพื่อทำให้แผนงานมีประสิทธิภาพ
            การใช้เพียงเข็มขัดป้องกันหลังในการป้องกัน  ไม่สามารถป้องกันพนักงานได้เพียงพอ

การออกแบบสภาพแวดล้อมในการทำงาน
         

ขั้นตอนแรกในการใช้วิธีการออกแบบสภาพแวดล้อมในการทำงาน  คือ ควรจะมีการวิเคราะห์ถึงงานที่ต้องมีการยกบ่อยๆ อยู่ในท่าที่ต้องบิดหรืองอตัว หรือทำการผลักหรือดึง แล้วทำการออกแบบการทำงานดังกล่าวใหม่  เพื่อที่ของที่จะทำการยกจะได้อยู่ใกล้ตัว น้ำหนักของที่ยกอยู่บริเวณไหล่และข้อนิ้ว กำจัดการยกที่จะต้องบิดตัว ถ้าทำได้ให้เคลื่อนวัตถุที่ยกไปตามแรงโน้มถ่วง เลื่อน ใช้ทางลาดเอียง ชักรอก และใช้รถยกเพื่อเคลื่อนย้ายของที่มีน้ำหนักมาก และลดน้ำหนักของให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

ผลของการตัดสินใจใช้เข็มขัดป้องกันหลัง
         

การตัดสินใจใช้เข็มขัดป้องกันหลังควรเป็นการสมัครใจทั้งนายจ้างและลูกจ้าง ไม่ควรใช้เข็มขัดป้องกันหลังตามข้อกำหนดของงาน ถ้าพนักงานสวมเข็มขัดป้องกันหลังอย่างต่อเนื่อง จะต้องจำไว้เสมอว่า:

  • ขาดหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการทำงานของเข็มขัดป้องกันหลัง
  • พนักงานที่สวมเข็มขัดป้องกันหลังอาจจะพยายามที่จะยกน้ำหนักมากกว่าที่ควร เนื่องจากความเข้าใจที่ผิด   ซึ่งทำให้เป็นการเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดการบาดเจ็บ
  • พนักงานและนายจ้างควรทำการออกแบบสภาพแวดล้อมในการทำงานและลักษณะงานใหม่เพื่อที่จะลดอันตรายที่เกิดจากการยกของ มากกว่าที่จะใช้เข็มขัดป้องกันหลังเพียงอย่างเดียวในการป้องกันการบาดเจ็บ
  • การวิจัยในการประเมินประสิทธิภาพของเข็มขัดป้องกันหลังต้องใช้เวลาหลายปี ระหว่างนี้พนักงานไม่ควรจะสรุปว่าเข็มขัดป้องกันหลังสามารถป้องกันการบาดเจ็บได้

<  อ้างอิงข้อมูลจากเว็บ  http://www.shethai.com >

 

ฟัง..และ..พูด

img001

^^ .. ตัวป่วน..กำลังฝึกเขียนค่ะ..

อาจจะเขียนไม่ดีเท่าไหร่..จะพยายามพัฒนาไปเรื่อย ๆ

( บางที..จะฟลุ๊ค..เป็นนักเขียนกะเค้าบ้าง.. ^^ )

จบข้อความนี้..แต่เพียงเท่านี้นะคะ../

ป้ายกำกับ